อ่านบทความนี้ใน Facebook“ถ้าวันคืนดีพรี่มาร์ค เปลี่ยน font ใน Facebook แล้วอ่านอะไรไม่รู้เรื่องเลย”
เมื่อก่อนเราหลาย ๆ คนคงทำอะไรไม่ได้นอกจากกด report ให้ FB แก้ให้หน่อย จากนั้นก็นั่งรอไปเรื่อย ๆ
ในขณะที่ทุกวันนี้ ทุก ๆ คนสามารถบอก Claude ให้ช่วยเปิดเว็บแล้ว investigate ให้หน่อยว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน แล้วสร้าง extension หรือ inject code เพื่อแก้โค้ดปัญหานี้โดยที่ไม่ต้องรอ official update
วันก่อนเราเห็นโพสให้คนมาแชร์ project ที่สร้างเอง รู้สึกว่าเจ๋งเหมือนกันนะ บางคนทำเกม ทำบอท บางคนทำโปรเจคขึ้นมาใช้เอง หรือบางคนก็ทำจนมีคนใช้เป็นหมื่น ๆ คนแล้ว
เรารู้สึกว่าพอเราเริ่มสร้างอะไรเล็ก ๆ มาแก้ปัญหาตัวเอง ถึงจุดนึงเราจะรู้สึกว่า “เวลาเจอปัญหา ไม่ว่าปัญหาอะไรก็ตาม เราน่าจะสามารถทำอะไรกับมันได้บ้าง”
มันเป็น mindset shift เหมือนกันนะ เอาจริง ๆ อันนี้มันเป็นความรู้สึกแรก ๆ ตอนเริ่มเขียนโปรแกรมเมื่อ 10 ปีก่อนเลย
ที่จากเดิมเราทำอะไรไม่ได้นอกจากรอโชคชะตา แต่ตอนนี้ถ้าเราเจอปัญหาเราสามารถที่จะเริ่มทำอะไรกับมันได้ ลองเข้าใจปัญหามากขึ้น ลองทำ PoC ลองทดลองแล้วปรับไปเรื่อย ๆ จนแก้ปัญหาได้จริง ๆ
เรารู้สึกว่า programmer/creators เก่ง ๆ ก็เริ่มจากจุดนี้หล่ะ เริ่มสร้างอะไรเล็ก ๆ ของตัวเอง จนพอมีความเข้าใจ มีพื้นฐาน ก็ไปแก้ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นจนสิ่งที่ทำมัน benefits กับคนจำนวนมาก
มองในแง่นึงเราคิดว่าจะมี creators นักสร้างเก่ง ๆ เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยจากการที่ AI มันทำให้ barrier to entry ในการสร้างของน้อยลง
ส่วนตัวเราตามสังเกต trend นี้อยู่เรื่อย ๆ นะ รู้สึกว่ามันน่าสนใจดีว่าอนาคตจะเป็นยังไง แล้วก็มีอีกหลายคำถามเลยที่น่าคิดเช่น
-
ถ้าเกิด cost & time ในการทำ software ลดลง มันจะ unlock use cases อะไรใหม่ ๆ บ้าง? (ช่วงหลังเราเห็น software as a content มากขึ้น)
-
ในแง่ของการเรียนรู้ เราสามารถเรียนรู้และเข้าใจ software ที่ AI สร้างให้เราได้ยังไงบ้าง? (เพราะความเข้าใจ พื้นฐาน มันทำให้เราเห็น possibility หรือไอเดียมากขึ้น)
-
ในแง่ของโอกาส ถ้า code is cheap อะไรคือสิ่งที่ยังแพงและยังสำคัญอยู่?
เอาไว้เดี๋ยวมีโอกาสจะมาแชร์เรื่อย ๆ ~
